ฮ่องกง-ขึ้นเครื่อง 1
เรื่อง สุขา(วดีไหมวะ?)แห่งสุวรรณภูมิ

หมายเหตุ: ล่อเป้าสุดกู่= ="

ไม่ใช่ใช้ตัวแสดงแทน
ไม่ใช้สแตนอินน์

และไม่เกี่ยวกับสองบรรทัดข้างบนแม้แต่น้อย

เนื่องด้วยเอนทรี่ที่แล้ว(ลิงค์) ข้าพเจ้าได้วางระเบิดแจ้งไว้ว่าจะไปฮ่องกง
เพราะฉันนั้นแล้วเอนทรี่ต่อมาก็ต้องเกี่ยวกับฮ่องกงโดยแท้  เอนทรี่นี้ก็เช่นกัน
แน่นอนว่าระดับซีข้าแล้ว จะรีวิวได้ไปฮ่องกงเป็นประสบการณ์ที่ดี....ได้ภาษา....#97@$*#
เหมือนเรียงความวิชาการ(ที่น่าเอาไปทำเป็นนิทานก่อนนอน)คงไม่ได้

เราก็เลยลงทีละเรื่องตั้งแต่ขึ้นเครื่องยังไงล่ะ ใช่แล้วเหตุมันเริ่มตั้งแต่ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิเลย
หึหึ  อย่างที่บอกว่าซีเป็นคนที่ติดห้องน้ำ และเข้าบ่อยถึงขั้นเป็นมนุษย์ห้องน้ำกันทีเดียว
และนั่นก็ทำให้เราได้พบกับเรื่องนี้
ซีจะขอเริ่มเรื่องโดย(ไม่)ย่อแล้วกัน
มันก็แค่การเข้าห้องน้ำธรรมดาของสนามบิน...

นี่คือสิ่งที่พบได้ในสนามบินสุวรรณภูมิของเมืองไทย

ขณะที่กำลัง...*ปิ๊บ**คุณจะพบเสียงปริศนา..?
ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าจูออนภาคสิบ!!

แล้วมันไม่ได้มาแบบธรรมดา
แต่มันจะมาแบบรัวเป็นชุดยิ่งกว่ากลองดุริยางค์!!
มันจะรัวจนกว่ากลอนประตูจะหลุด(บัดซบบบบบ)

ดีนะที่....เสร็จพอดี ถ้ายังค้างอยู่อะไรจะเกิดขึ้นก็คงต้องจิ้นกันต่อ....


สิ่งที่จะบ่น
-ไม่ใช่ความสะอาดหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง(แม่บ้านขยันทำงานกันมาก)
-(ไม่)ไม่ใช่มารยาทหรอก  เพราะมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล  ...
A: บังเอิญบ้านตู การทุบประตูจนกว่ากลอนจะหลุดเป็นมารยาทที่ดี
มันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของหนังหน้าที่ด้าน! ถึก! ทน! แม้จะไม่เหลี่ยมก็ทำด้ายยยย(ได้)
B: ใช่เลย A! มันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและการออกกำลังกายแขนด้วยนะ(ไปเล่นฟิตเนสสิ)
C: เหรอคะ? บ้านฉันเรียกสัน***ทรามน่ะค่ะ(ยิ้ม)

-สิ่งที่สะดุดอกสะดุดใจจนอยากบึ้มบ้านคนทำห้องน้ำสนามบินก็คือ
กลอนประตูค่ะ
ตัวล็อคที่ทำด้วยเหล็กมันหดลงไปไหน(วะ)ก็ไม่รู้น่ะค่ะ  มันก็เลยมีคาบเกี่ยวกับกลอนไว้นิดดด(ส์)หนึ่ง
จนไม่แน่ใจว่าจะทำไว้กันอะไร?  ไม่ทราบว่าแค่การเพิ่มเหล็กตรงกลอนประตูห้องน้ำนี่มันจะเสียเงินเป็น
พันๆล้านหรือไง?  ถ้างกนักก็เอาตะเกียบมาทำซะสิ ประหยัดดี(แถมยังดูแน่นหนากว่าด้วย)

ถ้าตอนนั้นไม่ติดว่าจะรีบไปต่อนะ 

จะถ่ายรูปประจานที่ระลึกมาให้ดูเป็นขวัญตา!!

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะคะ
ใครมีความคิดเห็นประการใดก็เขียนเข้ามานะคะ แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ประทับใจ(สุดกู่)
ที่เจอในสนามบินของไทยค่ะ

 

----เอ่อ...เราไม่แน่ใจว่าคนเคาะเป็นฝรั่งหรือเปล่า

เลยอยากถามคนที่รู้ว่าต่างประเทศเค้าจะเคาะประตูห้องน้ำจนกว่าประตูจะพังจะได้เข้าห้องน้ำหรือคะ

เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ซีคงผิดเองจริงๆที่ไม่ได้ขานตอบเขา

 

แล้วจะเล่าประสบการณ์ดีๆที่ฮ่องกงให้ฟังนะคะ วันนี้อารมณ์แปรปวนค่ะ  

ขอตอนไม่ดีไปก่อนนะแหะๆ 

Kangaroo = I don't know

posted on 03 Mar 2008 21:53 by siinkid  in Knowledge

 

ทุกคนคงรู้จักสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีถุงหน้าท้องใช้เลี้ยงลูก ไม่มีรก ตัวผู้และตัวเมียมีสีไม่ต่างกัน ลำตัวตอนบนสีน้ำตาลอมเทาไปจนถึงสีเทาอมแดง ตอนล่างลำตัวสีเทาอมขาวหรือสีขาว ขาหน้าสั้นเล็กใช้ในการต่อสู้หรือหยอกล้อ(ล้อ...ใช้ตีนเท้าล้อเนี่ยนะ)กัน..หาอ่านต่อที่นี่

ใครไม่เคยเห็นจริงๆก็ดูรูปนะจ้ะหนู ฉากเลิฟซีนด้วย...หายากนะจ้ะ

เจ๊จะบอกให้ (เปิดบั่กเกิ่ล พิมพ์จิงโจ้ ค้นหารูปภาพ อยู่หน้า 2...)

บอกแล้วว่าเจ๊สามารถ...

กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่านะคะพี่น้อง

คำว่า "Kangaroo"(แข่งกะรู?) ของจิงโจ้นั้น เป็นภาษาพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย

หรือภาษาของชนเผ่าอบอริจิ้น(Guugu Yimithirr) ใครอ่านในวงเล็บออกโปรดบอกกันบ้าง

แปลว่า "ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดอะไร"

อ้าว...แล้วมันมาได้ไงกันล่ะ ไอ้คำนี้?

 

เหตุเกิดจากกัปตันเจมส์ คุก สำรวจออสเตรเลียในปีคศ.1770 และได้พบกับจิงโจ้เข้า

จึงถามชาวพื้นเมืองที่อยู่แถวนั้นเกี่ยวกับเจ้าจิงโจ้

แน่นอนว่าคุณชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้เรียนภาษามาก่อนเขาก็ต้องฟังไม่รู้เรื่องแน่นอน(ถ้ารู้ก็Inwแล้ว) 

คุณชาวพื้นเมืองก็เลยตอบมาว่า Kangaroo!!! เป็นภาษาบ้านเค้าแปลว่า ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดว่าอะไร

 ท่านเจมส์ คุกได้ยินเช่นนั้น จึงเรียกสัตว์กระเป๋าหน้าท้อง+เท้าใหญ่นั้นว่า Kangaroo

 ตามที่ชาวพื้นเมืองบอก (ว่า" ฟังไม่รู้เรื่อง")

แล้วต่อมาคำศัพท์ว่า KANGAROO ก็ถูกบัญญัติให้เป็นชื่อเรียกของจิงโ้จ้

 

 

 

(รูปข้างล่าง) อ่านขวามาซ้ายนะคะ

รูปนี้ขำๆนะจ้ะ อย่าคิดมากให้ปวดเศียรเวียนเกล้าศีรษะระเบิดกันล่ะ

 

--แหล่งข้อมูล(ขอบคุณที่ให้ข้อมูลมายำเล่นเผยแพร่)

http://www.abc.net.au/tv/canwehelp/txt/s1664241.htm

http://www.wikipedia.org

ปล. ได้ทุนไปเที่ยวฮ่องกงล่ะค่ะ เดี๋ยวเอารูปมาฝากนะคะทุกคน


edit @ 4 Mar 2008 09:19:07 by ซี...ช่างมันเถอะ

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่หายหน้าหายตาไปนานนนนน

เนื่องจากการสอบค่ะ ปัจจุบันจัดการเรียบร้อยไปแล้ว

โล่งงง

ตอนนี้มีtagมาให้ทำด้วย ชื่อแท็กเป็นนามอันบันลือโลก ที่เกือบทุกคนต้องมี
มันคือตู้สารพัดนึก ที่เคยคิดจะเข้าไปนอนหลายครั้งในฤดูร้อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักที(จะพูดอีกนานมั้ย..วะ)
เอ่อ..ตู้เย็นค่ะ

ได้มาจากhttp://al-me.exteen.com/ค่ะ

วิธีการคือ ถ่ายรูปตู้เย็นแล้วนำเสนอของในนั้น 3อย่าง

งั้นเรามาถ่ายรูปตู้เย็นสามรูปแล้วนำเสนอของ 1 อย่างแทนแล้วกันเนอะ!


เอาใหม่แล้วกัน...เดี๋ยวโดนข้อหาเปลี่ยนแท็ก
ของที่ฝาตู้ ไม่มีอะไรน่าสนใจครับพี่น้อง
แต่เขาให้บรรยาย ก็บรรยายไล่ลงแล้วกันค่ะ
ขอมากกว่าสามอย่างนะ ไม่จุใจ!

ภาพไม่ค่อยชัดจะได้โหลดขึ้นไวๆ (กลัวชัดแล้วจะอนาถก็บอกมาเถอะ=[]=")

ไข่ (เมนูประจำครัว..ต้องบรรยายไหม?)
มะนาว (เครื่องปรุงยอดฮิต ขี้เกียจผ่าซีก แต่ยังดีกว่าเอากระเพาะไปเล่นสงครามน้ำลายกับกรดซัลฟิวริกแหละเนอะ)
แยม (ของแม่...)
นมเปรี้ยว (อร่อย...)
เยลลี่ (จิ๊กของน้องกิน หรือมันจะซื้อมาให้ซีกิน?)
น้ำส้ม (แม่ซื้อ..ไม่อร่อย)
Spy (แค้นมาก..เสริฟหนึ่งคืนได้TIPห้าบาท)
ขวดบีบ[ข้างในเป็นนมค่ะ] (..ใส่โอวันติล ใส่กาแฟ ใส่ไวน์ ใส่เหล้า ใส่เบียร์...เริ่มเลอะเทอะล่ะฉัน)
กล่องสีแดงๆ (น้ำแอปเปิ้ลค่ะ...เจาะไว้นานแล้ว คาดว่าไม่อร่อยน้องทิ้งเน่าไว้งั้นแหละ กำลังหาโอกาสเอาไปทิ้งอยู่)

ของในตู้เป็นระเบียบมาก (เพราะแม่จัด...)


เรามาดูของเก็บตกเกี่ยวกับตู้เย็นกันบ้าง

1. โปรเจ็คในฝัน เมื่อน้ำท่วม เราจะ...

เรื่อตู้เย็น...ใครสนใจติดต่อบั๊ก113
เรียกโรงพยาบาลจิตเวช หึหึ
2. วิธีเอายีราฟใส่ตู้เย็น


-ขั้นตอนที่สองและต้องใช้วิจารณญาณและความสามารถเฉพาะตัว
เพื่อนซีมันบอกมาว่าทำแบบนี้แล้วใส่ได้ 555+

การทำร้ายร่างกายผู้อื่นผิดศีลธรรมและมีโทษทางกฏหมาย


ปล. เผ่น!!!!!!